พระราชวังเคียงบก (Gyeongbok Palace) ตั้งอยู่ปลายบนสุดของถนนเชจองโน (Sejongno Street) ถนนสายหลักและกว้างใหญ่ที่สุดในกรุงโซล มีประตูกวงฮวามุน (Gwanghwamun Gate) ประตูเมืองด้านทิศเหนือ ตั้งเด่นเป็นสง่าเป็นประตูหลักที่จะเข้าไปสู่พระราชวังเคียงบก ที่ใหญ่โตและมีบริเวณที่กว้างขวางที่สุดในบรรดาพระราชวังทั้งหมด
พระราชวังชางด๊อกกุง (Changdeokgung) เป็นพระราชวังที่สวยงามและทรงคุณค่าที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลี ที่เคยมีการปกครองด้วยระบบกษัตริย์ จนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก
พระราชวังอินเฮียนกุง (Unhyeongung) เป็นพระราชวังที่เล็กที่สุดในบรรดาพระราชวังทั้งหมด ตัวพระตำหนักต่าง ๆ สร้างด้วยไม้ยกพื้นขึ้นสูงจากดินเพียงเล็กน้อย ก่อนจะไปชมพระราชวังชางด๊อกกุง ที่อยู่ไม่ไกลกันนัก
พระราชวังด๊อกชูกุง (Deoksugung) แปลว่า พระราชวังแห่งความอายุยืนนาน และมั่งคง ที่ได้รับการพระราชทานชื่อจากกษัตริย์ชุนจอง เป็นที่ประทับของเจ้าชายวอนชาน ระหว่างปี 1454 – 1488 จนถึงกษัตริย์โกจอง กษัตริย์ก่อนองค์สุดท้ายของราชวงศ์โชชอนก็ถูกบังคับให้สละราชสมบัติที่นี่โดยญี่ปุ่น ในปี 1907 และพระองค์ก็ทรงประทับอยู่ที่นี่จนสิ้นพระชนม์ ในปี ค.ศ.1919
พระราชวังชางเคียงกุง (Changgyeong Palace) หลังจากชมพระราชวังชางด๊อกกุง ออกมาแล้วมีภารกิจตามล่าพระราชวังอยู่อีกแห่งหนึ่ง จึงเดินเลียบกำแพงพระราชวังชางด๊อกตามถนนยุลจงโน (Yulgongno)
ศาลเจ้าชงเมียว (Jongmyo Shrine) เป็นศาลบรรพชนของพระราชวงศ์โชชอนที่ยึดถือแนวทางการปกครองและการปฏิบัติตามแนวคิดแบบขงจื้ออย่างเคร่งครัด ซึ่งในปัจจุบันนี้สังคมของคนเกาหลีบางส่วนก็ยังใช้แนวคิดนี้ในการดำเนินชีวิตอยู่ โดยให้ความสำคัญกับบรรพบุรุษ การเคารพผู้อาวุโส ดังนั้น ในวันอาทิตย์สัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคมของทุกปี จึงมีการประกอบพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของกษัตริย์กันที่ศาลเจ้าชงเมียวแห่งนี้
พระราชวังเคียงฮุยกุง (Gyeonghuigung Palace Park) บริเวณด้านหน้าจัดให้เป็นสวนธารณะ มีต้นไม้ร่มรื่นเดินทางไปได้ง่าย ๆ โดยนั่งรถไฟใต้ดินสาย 5 สถานี Seodaemun หรือจะเดินมาเรื่อย ๆ จากพระราชวังด๊อกซุงกุง